RSS

Category Archives: วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

วันธรรมสวนะ

วันธรรมสวนะ

tesana

       วันธรรมสวนะ หรือเรียกอีอย่างว่า วันพระ คือ วันกำหนดประชุมฟังธรรม เป็นประเพณีนิยมของพุทธบริษัทที่ได้ปฏิบัติสืบเนื่องกันมาแล้วแต่ครั้ง พุทธกาล โดยถือว่า การฟังธรรมตามกาลที่กำหนดเป็นประจำไว้ ย่อมก่อให้เกิดสติปัญญาและสิริมงคลแก่ผู้ฟัง อย่างน้อยได้รับธรรมสวนานิสงส์อยู่เสมอ

ประวัติความเป็นมา

       ในสมัยพุทธกาล พระเจ้าพิมพิสาร ได้เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และกราบทูลว่า นักบวชศาสนาอื่น มีวันประชุมสนทนา เกี่ยวกับหลักธรรม คำสั่งสอนในศาสนาของเขา แต่ว่าศาสนาพุทธยังไม่มี พระพุทธองค์จึงทรงอนุญาตให้ภิกษุสงฆ์ ประชุมสนทนาและแสดงธรรมเทศนาแก่ประชาชน ในวัน 8 ค่ำ 14 ค่ำ และ 15 ค่ำ พุทธศาสนิกชนจึงถือเอาวันดังกล่าวเป็น วันธรรมสวนะ (ในประเทศไทยมีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย)  วันพระ หรือวันธรรมสวนะนี้ พระพุทธเจ้าทรงปัญญัติไว้ 4 วันในเดือนหนึ่ง ๆ นับโดยจันทรคติ คือ

  1. วันขึ้น 8 ค่ำ
  2. วันขึ้น 15 ค่ำ
  3. วันแรม 8 ค่ำ
  4. วันแรม 15 ค่ำ (ถือเอาวันแรม 14 ค่ำ ในเดือนขาด)

         ทั้ง 4 วันนี้ จึงถือกันเป็นวันกำหนดประชุมฟังธรรมโดยปกติ และนิยมเป็นวันรักษาปกติอุโบสถ สำหรับฆราวาสผู้ต้องการอบรมกุศลอีกด้วย

Tht003

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ธันวาคม 18, 2012 in วันธรรมสวนะ

 

ป้ายกำกับ:

วันอัฏฐมีบูชา

วันอัฏฐมีบูชา

       วันอัฏมีบูชาตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือนวิสาขะ คือ วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังเสด็จดับขันธปรินิพพานได้ 8 วัน ถือเป็นวันสำคัญในพระพุทธศาสนาวันหนึ่ง เป็นวันที่รำลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า      3 ประการ คือ ความบริสุทธิ์ ปราศจากกิเลสของพระองค์ พระปัญญาในการตรัสรู้ของพระองค์ และ การแสดงธรรมคำสอนแก่ชาวโลก สิ่งที่เป็นมรดกจากพระพุทธเจ้า คือ พระบรมสารีริกธาตุ

        วันอัฏฐมีบูชา ยังเป็นการเตือนสติให้ดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท และให้เจ้าใจถึงความจริงทั้งหลายตามกฎของไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีการเกิดขึ้น ดำรงอยู่ และดับไป

 
 

ป้ายกำกับ:

วันออกพรรษา

วันออกพรรษา

01_365

       วันออกพรรษา ตรงกับวันเพ็ญ (ขึ้น 15 ค่ำ) เดือน 11 เป็นวันที่พระภิกษุสงฆ์ออกจากจำพรรษา หรือการอยู่ประจำที่ตลอดฤดูฝน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ต่อจากวันนี้ไปพระภิกษุสงฆ์ก็สามารถจาริกไปในที่ต่าง ๆ และค้างแรมในที่อื่นได้

ประวัติความเป็นมา

        ในวันออกพรรษาตามประวัติกล่าวว่า เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจากที่ได้เสด็จไปจำพรรษา และแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพระพุทธมารดา การเสด็จลงจากดาวดึงส์ครั้งนั้น ได้เสด็จลงมา ณ เมืองสังกัสสะ บรรดาพุทธศาสนิกชนจึงพากันไปตักบาตรแด่พระพุทธเจ้า เรียกว่า ตักบาตรเทโว คำเต็มคือ ตักบาตรเทโวโรหนะ คำว่า เทโวโรหนะ แปลว่า การหยั่งลงจากเทวโลก

ความสำคัญของวันออกพรรษา

         วันออกพรรษา คือ วันที่สิ้นสุดระยะการจำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน (นับแต่วันเข้าพรรษา) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “วันมหาปวารณา” คำว่า “ปวารณา” แปลว่า “อนุญาต” หรือ “ยอมให้” ในวันออกพรรษานี้พระสงฆ์จะประกอบพิธีทำสังฆกรรมใหญ่ เรียกว่า มหาปวารณา เป็นการเปิดโอกาสให้ภิกษุว่ากล่าวตักเตือนกันได้ เพราะในระหว่างเข้าพรรษา พระสงฆ์บางรูปอาจมีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข การให้ผู้อื่นว่ากล่าวตักเตือนได้ ทำให้ได้รู้ข้อบกพร่องของตน และยังเปิดโอกาสให้ซักถามข้อสงสัยซึ่งกันและกันด้วย

ภูสิงห์302

ในวันออกพรรษานี้ กิจที่ชาวบ้านมักจะกระทำก็คือ การบำเพ็ญกุศล เช่น ทำบุญตักบาตร จัดดอกไม้ ธูป เทียน ไปบูชาพระที่วัด และฟังพระธรรมเทศนา ของที่ชาวพุทธนิยมนำไปใส่บาตรในวันนี้ก็คือ ข้าวต้มมัดไต้ และข้าวต้มลูกโยน และการร่วมกุศลกรรมการ “ตักบาตรเทโว” เพื่อเป็นการระลึกถึงวันที่พระพุทธองค์เสด็จกลับจากการโปรดพระ พุทธมารดาในเทวโลก

643630-topic-ix-1

นอกจากนี้พุทธศาสนิกชนยังร่วมกันทอดกฐิน ในระยะเวลา 1 เดือนหลังออกพรรษา มีทั้งจุลกฐิน และ มหากฐิน ซึ่งเป็นประเพณีที่ทำได้เฉพาะในช่วงเวลานี้เท่านั้น และในแต่ละท้องถิ่นยังมีประเพณีอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น การแข่งเรือ การเทศน์มหาชาติ เป็นต้น

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ธันวาคม 18, 2012 in วันออกพรรษา

 

ป้ายกำกับ:

วันเข้าพรรษา

วันเข้าพรรษา

2010_08_25_000027_ccw3t9at

         วันเข้าพรรษา เป็นวันสำคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่ง ที่พระสงฆ์เถรวาทจะอธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตลอดระยะเวลาฤดูฝนที่มีกำหนดเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น หรือที่เรียกติดปากกันโดยทั่วไปว่า จำพรรษา (“พรรษา” แปลว่า ฤดูฝน, “จำ” แปลว่า อยู่)

kao01

         พิธีเข้าพรรษานี้ ถือเป็นข้อปฏิบัติสำหรับพระสงฆ์โดยตรง ละเว้นไม่ได้ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตาม การเข้าพรรษาตามปกติ เริ่มนับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี และสิ้นสุดลงในวันขึ้น 15ค่ำ เดือน 11 หรือวันออกพรรษา

         วันเข้าพรรษา ถือได้ว่าเป็นวันและช่วงเทศกาลทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญเทศกาลหนึ่งในประเทศไทย โดยมีระยะเวลาประมาณ 3 เดือนในช่วงฤดูฝน โดยวันเข้าพรรษาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ต่อเนื่องมาจากวันอาสาฬหบูชา (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8) ซึ่งพุทธศาสนิกชนชาวไทย ทั้งพระมหากษัตริย์และคนทั่วไป ได้สืบทอดประเพณีการทำบุญ ในวันเข้าพรรษามาช้านานแล้วตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ธันวาคม 18, 2012 in วันเข้าพรรษา

 

ป้ายกำกับ:

วันอาสาฬหบูชา

วันอาสาฬหบูชา (บาลี: อาสาฬหปูชา ; อังกฤษ: Asalha Puja)

 Image-09-1pw

        เป็นวันที่สมเด็จพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดง พระปฐมเทศนา หรือการแสดงพระธรรมครั้งแรก หลังจากที่ตรัสรู้ได้ 2 เดือน เป็นวันที่เริ่มประดิษฐานพระพุทธศาสนา เนื่องจากมีองค์ประกอบของพระรัตนตรัยครบถ้วน คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนพุทธศักราช 45 ปี ในวันเพ็ญ (ขึ้น 15 ค่ำ) เดือน 8

การแสดงพระปฐมเทศนา

         พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงแก่ปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี พระธรรมเทศนาที่ทรงแสดง คือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เมื่อเทศนาจบ พระโกณฑัญญะ หนึ่งในปัญจวัคคีย์ ผู้ประกอบด้วย พระโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานาม และพระอัสสชิ ก็ได้ดวงตาเห็นธรรม มีความเห็นแจ้งชัดว่า

ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ

สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งใดสิ่งนั้นย่อมดับไปเป็นธรรมดา

        พระโกณฑัญญะ ได้รับฟังพระธรรมเทศนาแล้วเกิดดวงตาเห็นธรรม จึงขออุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา    พระพุทธเจ้าก็ประทานอุปสมบทให้ ด้วยวิธีที่เรียกว่า “เอหิภิกขุอุปสัมปทา” โดยกล่าวคำว่า “เธอจงเป็นภิกษุมาเกิด พระโกณฑัญญะ” จึงเป็นพระอริยสงฆ์องค์แรกของพระพุทธศาสนา

คำว่าธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

แปลว่า สูตรของการหมุนวงล้อแห่งพระธรรมให้เป็นไป มีความโดยย่อว่า ที่สุด 2 อย่างที่บรรพชิตไม่ควรประพฤติปฏิบัติ คือ

  1. การประกอบตนให้อยู่ในความสุขด้วยกาม ซึ่งเป็นธรรมอันเลวเป็นของชาวบ้าน เป็นของปุถุชน ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์
  2. การประกอบการทรมานตนให้เกิดความลำบาก ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์

ดังนั้นจึงควรปฏิบัติตนตามทางสายกลาง คือ ไม่เข้าไปใกล้ที่สุดทั้งสองอย่างนั้น เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ ด้วยปัญญาอันยิ่ง ทำดวงตาและญาณให้เกิด เป็นไปเพื่อความสงบระงับ ความรู้ยิ่ง ความตรัสรู้ และนิพพาน

วันอาสาฬหบูชา มีเหตุการณ์สำคัญในทางพระพุทธศาสนาอยู่ 3 ประการ คือ

  1. เป็น วันแรกที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนา โดยทางแสดงพระปฐมเทศนา คือ ธรรมจักกัปปวัตนสูตร ประกาศสัจธรรมอันเป็นองค์แห่งพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณที่พระองค์ตรัสรู้ ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ สรรพสัตว์ทั้งหลาย
  2. เป็น วันแรกที่บังเกิดพระอริยสงฆ์สาวกขึ้นในโลก คือ พระโกณฑัญญะ เมื่อได้ฟังพระปฐมเทศนาจบ ได้ดวงตาเห็นธรรม ได้ทูลขออุปสมบท และพระพุทธเจ้าได้ประทานอุปสมบทให้ด้วยวิธีเอหิภิกษุอุปสัมปทา ในวันนั้น
  3. เป็นวันแรกที่บังเกิดพระรัตนตรัย คือ พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตน และพระสังฆรัตนะ ขึ้นในโลกอย่างสมบูรณ์บริบูรณ์


ในวันนี้พุทธศาสนิกชนต่างพากันมาน้อมระลึกถึงพระรัตนตรัย ด้วยการไปชุมนุมตามพระอารามต่าง ๆ เพื่อกระทำการบูชาปูชนียวัตถุได้แก่พระธาตุเจดีย์ หรือพระพุทธปฏิมาที่เป็นพระประธานในพระอุโบสถ อย่างใดอย่างหนึ่ง ด้วยดอกไม้ ธูป เทียน เริ่มด้วยการสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย เวียนเทียน และฟังพระธรรมเทศนา เช่นเดียวกับที่ปฏิบัติในวันวิสาขบูชาและวันมาฆบูชา

วันอาสาฬหบูชาจึงเป็นวันที่พุทธศาสนิกชนจะได้ร่วมกันน้อมระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ศึกษาพระธรรมวินัย อันเป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา ให้เข้าใจอย่างถูกต้องตรงทางแล้ว นำไปประพฤติปฏิบัติ เพื่อประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นต่อไป

 
 

ป้ายกำกับ:

วันวิสาขบูชา

วันวิสาขบูชา หรือ วิศาขบูชา (บาลี: วิสาขปูชา; อังกฤษ: Vesak)

เป็นวันที่สมเด็จพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ซึ่งเกิดขึ้นในวันและเดือนเดียวกัน คือ  ในวันเพ็ญ (ขึ้น 15 ค่ำ) เดือน 6 หรือเดือนวิสาขะ พระจันทร์เสวยวิสาขฤกษ์ เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ได้เกิดขึ้นเมื่อกว่าสองพันห้าร้อยปีมาแล้ว ในห้วงระยะเวลาที่ต่างกัน คือ

Image-01pw

     ครั้งแรก : เมื่อพระพุทธเจ้าประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ

พระโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะ และพระนางสิริมหามายา แห่งกรุงกบิลพัสดุ์โดยประสูติที่ป่าลุมพินีวัน

ณ เขตแดนรอยต่อระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์ของฝ่ายพระราชบิดากับกรุงเทวทหะของฝ่ายพระราชมารดา

Image-07-1pw

ครั้งที่สอง : เกิดเมื่อเจ้าชายสิทธัตถะ ออกทรงผนวชได้ 6 ปี พระชนมายุ 35 พรรษา

ได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นอรหันตพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ริ่มฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา แคว้นมคธ

ปัจจุบันคือที่ตั้งของพุทธคยา ประเทศอินเดีย

Image-14-1pw

ครั้งที่สาม : เกิดเมื่อพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จดับขันธปรินิพพาน

เมื่อพระชนมายุ 80 พรรษา ณ เมืองกุสินาราย

      เหตุการณ์สำคัญทั้ง 3 ประการนี้ เกิดขึ้นในวันและเดือนเดียวกัน ทางจันทรคติ ซึ่งนับวันขึ้นแรม ตามวิถีการโคจรของดวงจันทร์ เป็นหลักในการกำหนดวัน เดือน และปี ซึ่งยังคงใช้กันมาอยู่จนถึงทุกวันนี้ ควบคู่กันไปกับการกำหนดวัน เดือน และปีทางสุริยคติ ซึ่งเป็นไปตามวิถีการโคจรของดวงอาทิตย์ นับเป็นเรื่องอัศจรรย์ ซึ่งยังไม่เคยมีการประจวบกันเช่นนี้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด และเหตุการณ์หนึ่งเหตุการณ์ใดมาก่อนจนตราบเท่าปัจจุบัน

      แต่ความอัศจรรย์ดังกล่าว ก็ยังไม่เทียบเท่ากับการอุบัติของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าขึ้นมาในโลก และได้ทรงประดิษฐานพระพุทธศาสนา เพื่ออนุเคราะห์โลกให้เกิดประโยชน์สุข แก่มนุษยชาติและสัตว์โลกทั้งมวล

      วันวิสาขบูชา จึงนับว่าเป็นวันสำคัญสูงสุดในพระพุทธศาสนา เป็นวันที่ก่อให้เกิดพระพุทธเจ้า ผู้ตรัสรู้พระธรรม และนำมาสั่งสอนแก่สรรพสัตว์ และพระสงฆ์สาวกผู้สืบพระศาสนาต่อมาจนถึงปัจจุบัน

ในวันนี้พุทธศาสนิกชนต่างพา กันน้อมระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ด้วยการไปชุมนุมตามพระอารามต่าง ๆ เพื่อกระทำการบูชาปูชนียวัตถุอันได้แก่ พระธาตุเจดีย์หรือพระพุทธปฏิมา ที่เป็นพระประธานในพระอุโบสถอย่างใดอย่างหนึ่ง ด้วยเครื่องบูชามีดอกไม้ ธูปเทียน เป็นต้น เริ่มด้วยการสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย ด้วยบทสวดมนตร์ตามลำดับดังนี้ คือ

  • บทสรรเสริญ พระพุทธคุณ ด้วยบท ” อิติปิโส ภควา อรหัง สัมมาสัมพุทโธ…พุทโธ ภควาติ
  • บทสรรเสริญ พระธรรมคุณ ด้วยบท “สวากขาโต ภควตา ธัมโม…วิญญูหิติ
  • บทสรรเสริญ พระสังฆคุณ ด้วยบท “สุปฏิปันโน ภควโต สาวกสังโฆ…โลกัสสาติ

จากนั้นก็จะกระทำ ประทักษิณ หรือที่เรียกว่า เวียนเทียน รอบพระธาตุเจดีย์ หรือพระพุทธปฎิมาในพระอุโบสถ ด้วยการเดินเวียนขวาสามรอบ รอบแรกจะสวดบทสรรเสริญพระพุทธคุณ รอบที่สองจะสวดบทสรรเสริญพระธรรมคุณ และรอบที่สามสวดบทสรรเสริญพระสังฆคุณ เมื่อครบ 3 รอบแล้วจึงนำดอกไม้ ธูป เทียน ไปบูชาพระธาตุเจดีย์ หรือพระพุทธรูปในพระอุโบสถ ณ ที่บูชาอันควรเป็นอันเสร็จพิธีเวียนเทียน

     นอกจากนี้อาจจะมีการแสดงพระธรรมเทศนาในพระอุโบสถ ซึ่งปกติจะมีเทศน์ ปฐมสมโพธิ ซึ่งเป็นเรื่องพระพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน พิธีเริ่มตั้งแต่ประชุมฟังพระทำวัตรสวดมนต์ แล้วจึงฟังเทศน์ซึ่งจะมีไปตลอดรุ่ง

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ธันวาคม 18, 2012 in วันวิสาขบูชา

 

วันมาฆบูชา

วันมาฆบูชา (บาลี: มาฆปูชา; อังกฤษ: Magha Puja)

tumma

       วันมาฆบูชา เป็นวันที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานพระโอวาทสำคัญ อันถือได้ว่าเป็นหัวใจของคำสอนในพระพุทธศาสนา คือ โอวาทปาฏิโมกข์ ในวันเพ็ญ (ขึ้น 15 ค่ำ) เดือน – ดวงจันทร์โคจรมาเสวยมาฆฤกษ์ เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นที่ พระเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ รัฐมคธ ในปีแรกของการตรัสรู้ของพระพุทธองค์ คือ หลังจากตรัสรู้แล้วได้ 9 เดือน

      ความประจวบกันพอดีของเหตุการณ์ในวันนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่อัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง และถูกเรียกว่า  จาตุรงคสันนิบาต แปลว่า การประชุมอันประกอบด้วยองค์ประกอบ 4 อย่าง ได้แก่

  1. เป็นการมาชุมนุมกันของพระสงฆ์สาวก จำนวน 1,250 รูป เพื่อเฝ้าพระบรมศาสดา โดยมิได้นัดหมาย
  2. พระสงฆ์สาวกดังกล่าวล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น
  3. พระสงฆ์สาวกดังกล่าวล้วนแต่ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าด้วยวิธี เอหิภิกขุอุปสัมปทา
  4. วันนั้นดวงจันทร์เพ็ญเสวยมาฆฤกษ์เต็มบริบูรณ์

โอวาทปาฏิโมกข์ ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงเป็นการประมวลคำสอนหลักของพระพุทธศาสนา เพื่อให้พระสงฆ์สาวกนำไปประพฤติปฏิบัติ และนำไปสั่งสองผู้อื่นในแนวทางเดียวกัน คือ

  • ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา               : ขันตี คือความอดกลั้น เป็นธรรมเครื่องเผากิเลสอย่างยิ่ง
  • นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา          : ผู้รู้ทั้งหลาย กล่าวพระนิพพานว่าเป็นธรรมอันยิ่ง
  • น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี              : ผู้กำจัดสัตว์อื่นอยู่ ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิตเลย
  • สมโณ โหติ ปรํ วิเหธยนฺโต          : ผู้ทำสัตว์อื่นให้ลำบากอยู่ ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเลย
  • สพฺพปาปสฺส อกรณํ                   : การไม่ทำความชั่วทั้งปวง
  • กุสลสฺสุปสมฺปทา                      : การทำความดีให้ถึงพร้อม
  • สจิตฺต ปริโยทปนํ                      : การทำใจให้สะอาดบริสุทธิ์
  • เอตํ พุทฺธานสาสนํ                     : นี้เป็นคำสอนของพระพุทธศาสนา
  • อนูปวาโท อนูปฆาโต                 : การไม่พูดร้าย การไม่ทำร้าย
  • ปาติโมกฺเข จ สํวโร                   : การสำรวมในปาติโมกข์
  • มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ               : ความเป็นผู้รู้ประมาณในการบริโภค
  • ปนฺตญฺจ สยนาสนํ                     : การนอน การนั่ง ในที่อันสงัด
  • อธิ จิตฺเต จ อาโยโค                  : ความหมั่นประกอบในการทำจิตให้ยิ่ง
  • เอตํ พุทฺธานสาสนนฺติ                 : นี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

            ข้อความในโอวาทปาฏิโมกข์ ที่อาจจะจำเพาะเจาะจงสำหรับนักบวชหรือบรรพชิต และบางข้อก็นำไปประพฤติปฏิบัติได้ ทั้งบรรพชิตและผู้ครองเรือน อย่างไรก็ตาม ข้อความในโอวาทปาฏิโมกข์ก็ได้แสดงถึง จุดหมายสูงสุด แห่งพระพุทธศาสนา  คือ พระนิพพานดังนั้นพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า จึงควรศึกษาพระโอวาทปาฏิโมกข์ให้เข้าใจแจ่มแจ้ง แล้วน้อมนำไปประพฤติปฏิบัติ ตามฐานะและกำลังความสามารถของตน จึงจะได้ชื่อว่าเป็นพุทธศาสนิกชนที่แท้จริง

         ในวันนี้พุทธศาสนิกชนก็จะไปประกอบศาสนกิจ เพื่อน้อมระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย เช่นเดียวกับที่ประพฤติปฏิบัติในวันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา คือ นำดอกไม้ ธูป เทียน ไปนมัสการปูชนียวัตถุที่สำคัญ อันได้แก่ พระธาตุเจดีย์ หรือพระพุทธปฏิมาเป็นต้น และฟังพระธรรมเทศนาการแสดงธรรมในวันนี้ จะแสดงธรรมในเรื่องพระโอวาทปาฏิโมกข์

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ธันวาคม 17, 2012 in วันมาฆบูชา

 

ป้ายกำกับ:

 
YUTTASIN090

เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สากล และเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเวลา และอารธรรมสำคัญ

【 Atichit S. 】

✿ Living in Freedom & Crazy on ✿

HIENG 080

ณ สถานที่แห่งนี้ มีเรื่องราว พัฒนาการ การต่อสู้ และประชาธิปไตยในสยามประเทศ

Supawan ^___^

อารยธรรมเอเชียใต้ (ล่มแม่น้ำสินธุ)

yingpew103

This WordPress.com site is the cat’s pajamas

Khanaporn072

Korean civilization : อารยธรรมเกาหลี

mt068

ภูมิศาสตร์ทวีปอเมริกาใต้

hattaya099

สันติสุขคือ อะไร...................

PAOTHAI_benzene+++

OLYMPIC เกมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ

social084

พระยาโบราณราชธานินทร์ สยามินทรภักดี พิริยะพาหะ

laddawan06510091

พระพุทธรูปปางประจำวันเกิด

Supagid0098

ภูมิปัญญาวิวัฒธนานุสรณ์ ภัสตราภรณ์เอนกอมร เพริดพริริยะพัฒนากรสยามเมือง

cherrykiss077

ภาวะโลกร้อน (Global Warming)

adshara101

ย้อนอดีต กรุงสุโขทัย

withsara094

สังเวชณียสถาน ๔

nankvsmile

บุคคลสำคัญของประเทศไทยที่ได้รับรางวัลยูเนสโก

mt082

ภูมิศาสตร์ทวีปยุโรป

nistakuru 083 (AEC)

เรื่องน่ารู้น่าสนใจเกี่ยวกับสมาคมประชาชาติแห่ีงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยมุ่งเน้นความเข้าในเรื่อง วัฒนธรรมและสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านมุมมองคนรุ่นใหม่